ชุมชนต้นแบบบ้านแม่สาใหม่

บ้านแม่สาใหม่ เป็นหมู่บ้านม้ง (ชาวม้ง เป็นชนเผ่าหนึ่ง ทางภาคเหนือของไทยและประเทศใกล้เคียง โดยจัดอยู่ในกลุ่มชาวไทยภูเขา) ตั้งอยู่ที่ ระดับความสูง 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในอำเภอแม่ริม ตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมาตั้งหมู่บ้านตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2510 หลังจากที่ย้ายลงมาจาก หมู่บ้านแม่สาเก่า เนื่องจาก ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในปี 2524 ได้มีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ทำให้บ้านแม่สาใหม่ เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยาน มีประชากร ประมาณ 1,700 คน 150 ครัวเรือน และเป็นชุมชนม้งขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ


หมู่บ้านแม่สาใหม่ ตั้งอยู่ในหุบเขา ซึ่งล้อมรอบไปด้วยป่าไม้และพื้นที่การเกษตร

เนื่องจากพื้นที่หมู่บ้านอยู่ในเขตอุทยาน ฯ ชาวบ้านบ้านแม่สาใหม่ จึงได้รับอนุญาตให้ทำการเกษตรได้เฉพาะในพื้นที่จำกัด ซึ่งได้ทำกินอยู่ก่อนที่จะประกาศเป็นเขตอุทยาน (ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย)

ในสมัยก่อน ชาวบ้านจะปลูกฝิ่น แต่ในช่วงปี 2513 ได้มีการปราบปรามยาเสพติด และเลิกปลูกฝิ่น โดยในปัจจุบัน ชาวบ้านทำสวนลิ้นจี่ ปลูกข้าวโพด ผักกาด แครอท ทดแทน เมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกฝิ่น การเกษตรลักษณะนี้ต้องใช้พื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก จึงทำให้มีการบุกรุกป่ามากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาเรื่องน้ำขาดแคลน ทั้งในหมู่บ้านเอง และบ้านแม่สาน้อยที่อยู่ถัดลงไป นอกจากนั้น ยังมีปัญหาเรื่องการพังทลายของหน้าดิน ดินถล่ม และสัตว์ป่ามีจำนวนลดลง



หมอผีประจำหมู่บ้าน ทำพิธีบนบานให้ผีขุนน้ำช่วยป้องกันไฟป่าในหน้าแล้ง

ในปี 2540 หน่วยวิจัยฯ ซึ่งทำงานร่วมกับอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับชมรมอนุรักษ์ และหลังจากนั้น ก็ได้ร่วมกันทำงาน ตั้งแต่การจัดสร้างเรือนเพาะชำท้องถิ่น เพื่อผลิตกล้าไม้ อบรมเจ้าหน้าที่เรือนเพาะชำ และจัดหาทุนสนับสนุนกิจกรรมปลูกป่า และกิจกรรมการศึกษาในระยะยาว แปลงปลูกป่าในปีแรกจัดตั้งในปี 2540 แต่ประสบปัญหาไฟไหม้ ในปี 2541 จึงได้จัดตั้งแปลงปลูกป่าสาธิต ใน 4 แปลง แปลงละ 4 ไร่ โดยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งแปลงสาธิตเหล่านี้เอง ได้กลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานตลอดมา

การใช้ เทคนิคพรรณไม้โครงสร้าง ในการฟื้นฟูป่าที่ผ่านมา หน่วยวิจัยฯ ได้ปลูกต้นไม้ จำนวน 65,000 ต้น ในพื้นที่ 134 ไร่ ตามแนวสันเขาเหนือหมู่บ้าน (2541-2549) โดยทำการปลูกป่าปีละครั้ง ในช่วงต้นฤดูฝน หน่วยวิจัยฯ ได้สนับสนุนให้ชุมชนดูแลกล้าไม้หลังการปลูก และติดตามผลในแปลงปลูก นอกจากนั้นชาวบ้านยังร่วมกันทำแนวกันไฟ รวมไปถึงการจัดเวรยามไฟ การเฝ้าระวังไฟป่า จะทำในช่วง เดือน มกราคม – พฤษภาคม ของทุกปี ซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง มิฉะนั้น หากเกิดไฟไหม้แปลงปลูก งานหนักที่ทำมาตลอดปีจะสูญเปล่า นอกเหนือไปจากนั้น ชมรมเด็กรักษ์นกและสิ่งแวดล้อมบ้านแม่สาใหม่ ก็ได้จัดตั้งขึ้น เมื่อไม่นานมานี้